หมวดหมู่

Table of Contents

Meso Hair (เมโสผม) แก้ไขปัญหาผมร่วง ผมบาง ห้วล้าน

หลายท่านมีปัญหาผมร่วง ผมบาง หัวล้าน อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น จากกรรมพันธุ์ บางท่านอาจเกิดจากการขาดการดูแลเส้นผม หรือผมเจอสารเคมีบ่อย ๆ ซึ่งในปัจจุบันนี้ ปัญหาเหล่านี้มีวิธีแก้ที่หลากหลาย แต่ในบทความนี้เราจะพูดถึงเทคโนโลยีใหม่ที่ปลุกพลังรากผมให้แข็งแรง ด้วย เมโสผม ที่จะช่วยฟื้นฟูการสร้างเส้นผมเส้นใหม่ให้กลับมาแข็งแรง แบบไม่เจ็บตัว และไม่ต้องพักฟื้น

เมโสผม คืออะไร ?

Meso Hair คือ เทคนิคของการฉีดสารอาหาร หรือสารบำรุงผมเข้าสู่รากผมโดยตรง เพื่อรักษาปัญหาผมร่วง ผมบาง หัวล้าน โดยจะกระตุ้นเซลล์รากผมให้แข็งแรง ทำให้เส้นผมกลับมางอกขึ้นใหม่ได้ดี และเร็วยิ่งขึ้น

เมโสผม คืออะไร ?

เมโสผม ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

เมโสผม ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
  • กระตุ้นการทำงานของรากผมให้สร้างเส้นผมขึ้นมาใหม่
  • ลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผม
  • ล็อคความแข็งแรง ทำให้เส้นผมหนา และงอกหนาแน่นขึ้น
  • หยุดการหลุดร่วงของเส้นผม
  • เพิ่มสารอาหารบำรุงเซลล์ผม
  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้มาเลี้ยงบริเวณรากผมได้ดีขึ้น
  • ลดการฝ่อตัวของเซลล์รากผม ทำให้เส้นผมมีเส้นใหญ่ขึ้น แลดูหนาขึ้น

วงจรชีวิตของเส้นผม

โดยปกติเเล้วเส้นผมของมนุษย์จะมีวงจรการงอก เติบโต เเละร่วงสลับกันไป โดยเเต่ละวงจรจะใช้ระยะเวลาประมาณ 5-6 ปี โดยทั่วไปบนศีรษะจะมีเส้นผมประมาณ 100,000-120,000 เส้น โดยในเเต่ละวันอาจมีผมร่วงได้ประมาณ 50-100 เส้น ซึ่งถือว่าไม่มีความผิดปกติเเต่อย่างใด

ระยะที่ 1 ระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase)
         เป็นระยะเเรกสุด และเป็นระยะที่เส้นผมจะงอกใหม่ขึ้นมา ซึ่งในวัยเด็กจะใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี เเต่เมื่ออายุมากร่างกายจะใข้ระยะเวลาการเจริญเติบโตสั้นลง
ระยะที่ 2 ระยะพัก (Catagen Phase)
         เป็นระยะสิ้นสุดการเจริญเติบโตของเส้นผม ระยะนี้จะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ โดยในระยะนี้เส้นผมจะแยกตัวออกมาจากหลอดเลือดที่มีหน้าที่หล่อเลี้ยงเซลล์รากผม ทำให้เส้นผมค่อยๆ ขาดสารอาหาร เเละเตรียมตัวหลุดร่วงออกจากหนังศีรษะ
ระยะที่ 3 ระยะหยุดการเจริญเติบโต (Telogen Phase)
     ถือว่าเป็นระยะสุดท้ายของวงจรชีวิตเส้นผม โดยต่อมรากผมจะเคลื่อนตัวขึ้นไปจากหลอดเลือดที่มีหน้าที่หล่อเลี้ยงเซลล์รากผมระยะหนึ่งเเล้ว ระยะนี้จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 3 เดือน โดยเส้นผมที่งอกใหม่จะดันเส้นผมเก่าให้หลุดร่วงออกไป อย่างไรก็ตามหากมีอะรมาขัดขวางการเจริญเติบโตของเส้นผมใหม่ หรือเป็นปัจจัยที่เร่งให้เส้นผมเข้าสู่ระยะพักเร็วขึ้น ก็จะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของปัญหาผมร่วง ผมบาง และหนังศีรษะผิดปกติ ทำให้นำไปสู่ภาวะศีรษะล้าน-เถิกได้  


Meso Hair เหมาะกับใครบ้าง ?

  • ผู้ที่มีปัญหาผมบาง ผมร่วง ศีรษะล้าน 
  • ผู้ที่มีผมเส้นบาง รากผมอ่อนแอ ผมหลุดร่วงง่าย
  • ผู้ที่ต้องการให้เส้นผมมีความหนาแน่นขึ้น 
  • ผู้ที่ต้องการบำรุงผม และหนังศีรษะ สร้างความแข็งแรงให้เส้นผม
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์รวดเร็ว ปลอดภัย โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น

Meso Hair ไม่เหมาะกับใครบ้าง ?

  • อายุต่ำกว่า 18 ปี
  • ผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  • สตรีมีครรภ์ หรือให้นมบุตร
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต
  • ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ระบบไหลเวียนเลือด
  • ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินอยู่ต่อเนื่อง

การเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสผม

  • หากมีโรคประจำตัว หรือกำลังรับประทานยารักษาโรคอยู่ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำหัตถการ
  • สระผมก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ 
  • งดสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำหัตถการ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงการทำสีผม ยืดผม ดัดผม หรือใช้เคมีที่เส้นผม
  • การมัดผมเป็นเวลานาน

การดูแลหลังหลังฉีดเมโสผม

  • งดสระผม และออกกำลังกายหนัก 
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ตกแต่งเส้นผมอย่างน้อย 1 วันหลังทำหัตถการ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังทำหัตถการ
  • ในช่วงแรกที่ฉีดเมโสผม ขณะที่สระผมจะต้องหลีกเลี่ยงการเกา หรือขยี้รุนแรง 
  • หลีกเลี่ยงความอับชื้นของเส้นผม และหนังศีรษะ เช่น การใส่หมวกเป็นเวลานาน 

ขั้นตอนการรักษาเป็นอย่างไร ?

  1. ทำการเช็ดแอลกฮอลล์บริเวณศีรษะให้สะอาด
  2. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการฉีดเมโสกระตุ้นรากผม ฉีดจนทั่วบริเวณที่ต้องการรักษา
  3. นวดหนังศีรษะบริเวณที่ทำการฉีดยา เพื่อให้ตัวยากระจายตัวได้ดียิ่งขึ้น

หลังทำเมโสผมจะมีรอยแผลไหม ?

เมโสผม เป็นการใช้เข็มขนาดเล็กฉีดไปที่หนังศีรษะ  ซึ่งหลังฉีดแทบไม่เห็นรอยเข็ม  ไม่ทิ้งรอยแผล และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยที่ไม่ต้องพักฟื้น

ฉีด เมโสผม กี่ครั้งถึงจะเห็นผล ?

แนะนำให้ฉีดเมโสผมกระตุ้นเส้นผม 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ติดต่อกันอย่างน้อย 8 สัปดาห์ เริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน  ภายใน 4 สัปดาห์  

การรักษาแต่ละครั้ง ใช้เวลานานเท่าไร ?

ใช้เวลาในการรักษาประมาณ 15-20 นาที ทั้งนี้เวลาในการรักษาแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้ และการวินิจฉัยของแพทย์ผู้ทำการรักษา

พฤติกรรมที่ทำให้ เมโสผม ไม่เห็นผล ?

  • เครียดสะสม 
  • นอนดึก นอนไม่พอ นอนไม่เป็นเวลา
  • สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • กินอาหารไม่มีประโยชน์ ชอบกินของหวาน น้ำหวานน้ำอัดลม
  • ไม่ออกกำลังกายเลย หรือออกกำลังกายหนักเกินไป
  • ฉีดเมโสผมไม่ครบตามกำหนด

สรุป

ปัญหาผมร่วง ผมบาง หัวล้าน เป็นปัญหาที่หลาย ๆ ท่านไม่อยากให้เกิดขึ้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น จากกรรมพันธุ์ บางท่านอาจเกิดจากการขาดการดูแลเส้นผมที่ดี หรือผมเจอสารเคมีบ่อย ๆ จนทำให้รากผมไม่แข็งแรง อ่อนแอได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีใหม่ที่ปลุกพลังรากผมให้แข็งแรง ด้วยเมโสผม ฟื้นฟูการสร้างเส้นผมเส้นใหม่ให้กลับมาแข็งแรง แบบไม่เจ็บตัว และไม่ต้องพักฟื้น

BOTOX

ย้อนเวลาแห่งวัย คืนหน้าเรียว เริ่มต้น
฿ 6,990
  • Botox กราม
  • Botox ริ้วรอย
  • Botox หางตา
  • อื่นๆ

FILLER

เติมเต็มให้ละมุนทุกมิติ เริ่มต้น
฿ 6,990
  • ฟิลเลอร์ปาก
  • ฟิลเลอร์คาง
  • ฟิลเลอร์ใต้ตา
  • อื่นๆ

MESOTHERAPY

บำรุงชั้นผิวให้ด้วยมัลติวิตามิน เริ่มต้น
฿ 2,990
  • เมโสหน้าใส
  • เมโสแฟต
  • เมโสผม
  • อื่นๆ

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

เมโสแฟต (Meso Fat) สลายไขมันเฉพาะจุด หน้าเรียวสะใจ ไม่ต้องพึ่งโบ

แก้มย้อย เหนียงเยอะ มีคางสองชั้น อาจเป็นปัญหาของใครหลายคนที่ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ โดยเมโสแฟตเป็นหนึ่ง

Read More »

ร้อยไหม คืออะไร สามารถทำบริเวณไหนได้บ้าง แล้วปลอดภัยหรือไม่

ร้อยไหม คือ วิธีการยกกระชับผิว โดยใช้ไหมละลายใส่เข้าไปใต้ชั้นผิว เงี่ยงไหมจะยึดเกาะกับชั้นผิวและดึง

Read More »
Zigma Clinic

Zigma Clinic คือคลินิกเสริมความงามที่มุ่งเน้นการรักษาคนไข้ ด้วยการใช้นวัตกรรมทางความงามปรับรูปหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด ที่ได้มาตรฐาน โดยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญที่มากประสบการณ์เน้นให้บริการที่ตอบโจทย์กับทุกความต้องการ

Navigation

Address

ซิกม่า คลินิก 2 26 ถ. ราษฎร์พัฒนา แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

Call Us

+66629977838

Email Address

zigmaclinic2022@gmail.com