หลายท่านมีปัญหาผมร่วง ผมบาง หัวล้าน อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น จากกรรมพันธุ์ บางท่านอาจเกิดจากการขาดการดูแลเส้นผม หรือผมเจอสารเคมีบ่อย ๆ ซึ่งในปัจจุบันนี้ ปัญหาเหล่านี้มีวิธีแก้ที่หลากหลาย แต่ในบทความนี้เราจะพูดถึงเทคโนโลยีใหม่ที่ปลุกพลังรากผมให้แข็งแรง ด้วย เมโสผม ที่จะช่วยฟื้นฟูการสร้างเส้นผมเส้นใหม่ให้กลับมาแข็งแรง แบบไม่เจ็บตัว และไม่ต้องพักฟื้น
เมโสผม คืออะไร ?
Meso Hair คือ เทคนิคของการฉีดสารอาหาร หรือสารบำรุงผมเข้าสู่รากผมโดยตรง เพื่อรักษาปัญหาผมร่วง ผมบาง หัวล้าน โดยจะกระตุ้นเซลล์รากผมให้แข็งแรง ทำให้เส้นผมกลับมางอกขึ้นใหม่ได้ดี และเร็วยิ่งขึ้น

เมโสผม ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

- กระตุ้นการทำงานของรากผมให้สร้างเส้นผมขึ้นมาใหม่
- ลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผม
- ล็อคความแข็งแรง ทำให้เส้นผมหนา และงอกหนาแน่นขึ้น
- หยุดการหลุดร่วงของเส้นผม
- เพิ่มสารอาหารบำรุงเซลล์ผม
- ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้มาเลี้ยงบริเวณรากผมได้ดีขึ้น
- ลดการฝ่อตัวของเซลล์รากผม ทำให้เส้นผมมีเส้นใหญ่ขึ้น แลดูหนาขึ้น
วงจรชีวิตของเส้นผม
โดยปกติเเล้วเส้นผมของมนุษย์จะมีวงจรการงอก เติบโต เเละร่วงสลับกันไป โดยเเต่ละวงจรจะใช้ระยะเวลาประมาณ 5-6 ปี โดยทั่วไปบนศีรษะจะมีเส้นผมประมาณ 100,000-120,000 เส้น โดยในเเต่ละวันอาจมีผมร่วงได้ประมาณ 50-100 เส้น ซึ่งถือว่าไม่มีความผิดปกติเเต่อย่างใด
ระยะที่ 1 ระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase)
เป็นระยะเเรกสุด และเป็นระยะที่เส้นผมจะงอกใหม่ขึ้นมา ซึ่งในวัยเด็กจะใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี เเต่เมื่ออายุมากร่างกายจะใข้ระยะเวลาการเจริญเติบโตสั้นลง
ระยะที่ 2 ระยะพัก (Catagen Phase)
เป็นระยะสิ้นสุดการเจริญเติบโตของเส้นผม ระยะนี้จะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ โดยในระยะนี้เส้นผมจะแยกตัวออกมาจากหลอดเลือดที่มีหน้าที่หล่อเลี้ยงเซลล์รากผม ทำให้เส้นผมค่อยๆ ขาดสารอาหาร เเละเตรียมตัวหลุดร่วงออกจากหนังศีรษะ
ระยะที่ 3 ระยะหยุดการเจริญเติบโต (Telogen Phase)
ถือว่าเป็นระยะสุดท้ายของวงจรชีวิตเส้นผม โดยต่อมรากผมจะเคลื่อนตัวขึ้นไปจากหลอดเลือดที่มีหน้าที่หล่อเลี้ยงเซลล์รากผมระยะหนึ่งเเล้ว ระยะนี้จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 3 เดือน โดยเส้นผมที่งอกใหม่จะดันเส้นผมเก่าให้หลุดร่วงออกไป อย่างไรก็ตามหากมีอะรมาขัดขวางการเจริญเติบโตของเส้นผมใหม่ หรือเป็นปัจจัยที่เร่งให้เส้นผมเข้าสู่ระยะพักเร็วขึ้น ก็จะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของปัญหาผมร่วง ผมบาง และหนังศีรษะผิดปกติ ทำให้นำไปสู่ภาวะศีรษะล้าน-เถิกได้
Meso Hair เหมาะกับใครบ้าง ?
- ผู้ที่มีปัญหาผมบาง ผมร่วง ศีรษะล้าน
- ผู้ที่มีผมเส้นบาง รากผมอ่อนแอ ผมหลุดร่วงง่าย
- ผู้ที่ต้องการให้เส้นผมมีความหนาแน่นขึ้น
- ผู้ที่ต้องการบำรุงผม และหนังศีรษะ สร้างความแข็งแรงให้เส้นผม
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์รวดเร็ว ปลอดภัย โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น
Meso Hair ไม่เหมาะกับใครบ้าง ?
- อายุต่ำกว่า 18 ปี
- ผู้ป่วยโรคมะเร็ง
- สตรีมีครรภ์ หรือให้นมบุตร
- ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต
- ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ระบบไหลเวียนเลือด
- ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินอยู่ต่อเนื่อง
การเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสผม
- หากมีโรคประจำตัว หรือกำลังรับประทานยารักษาโรคอยู่ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำหัตถการ
- สระผมก่อนใช้ผลิตภัณฑ์
- งดสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำหัตถการ
- พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
- หลีกเลี่ยงการทำสีผม ยืดผม ดัดผม หรือใช้เคมีที่เส้นผม
- การมัดผมเป็นเวลานาน
การดูแลหลังหลังฉีดเมโสผม
- งดสระผม และออกกำลังกายหนัก
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ตกแต่งเส้นผมอย่างน้อย 1 วันหลังทำหัตถการ
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังทำหัตถการ
- ในช่วงแรกที่ฉีดเมโสผม ขณะที่สระผมจะต้องหลีกเลี่ยงการเกา หรือขยี้รุนแรง
- หลีกเลี่ยงความอับชื้นของเส้นผม และหนังศีรษะ เช่น การใส่หมวกเป็นเวลานาน
ขั้นตอนการรักษาเป็นอย่างไร ?
- ทำการเช็ดแอลกฮอลล์บริเวณศีรษะให้สะอาด
- แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการฉีดเมโสกระตุ้นรากผม ฉีดจนทั่วบริเวณที่ต้องการรักษา
- นวดหนังศีรษะบริเวณที่ทำการฉีดยา เพื่อให้ตัวยากระจายตัวได้ดียิ่งขึ้น
หลังทำเมโสผมจะมีรอยแผลไหม ?
เมโสผม เป็นการใช้เข็มขนาดเล็กฉีดไปที่หนังศีรษะ ซึ่งหลังฉีดแทบไม่เห็นรอยเข็ม ไม่ทิ้งรอยแผล และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยที่ไม่ต้องพักฟื้น
ฉีด เมโสผม กี่ครั้งถึงจะเห็นผล ?
แนะนำให้ฉีดเมโสผมกระตุ้นเส้นผม 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ติดต่อกันอย่างน้อย 8 สัปดาห์ เริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ภายใน 4 สัปดาห์
การรักษาแต่ละครั้ง ใช้เวลานานเท่าไร ?
ใช้เวลาในการรักษาประมาณ 15-20 นาที ทั้งนี้เวลาในการรักษาแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้ และการวินิจฉัยของแพทย์ผู้ทำการรักษา
พฤติกรรมที่ทำให้ เมโสผม ไม่เห็นผล ?
- เครียดสะสม
- นอนดึก นอนไม่พอ นอนไม่เป็นเวลา
- สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- กินอาหารไม่มีประโยชน์ ชอบกินของหวาน น้ำหวานน้ำอัดลม
- ไม่ออกกำลังกายเลย หรือออกกำลังกายหนักเกินไป
- ฉีดเมโสผมไม่ครบตามกำหนด
สรุป
ปัญหาผมร่วง ผมบาง หัวล้าน เป็นปัญหาที่หลาย ๆ ท่านไม่อยากให้เกิดขึ้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น จากกรรมพันธุ์ บางท่านอาจเกิดจากการขาดการดูแลเส้นผมที่ดี หรือผมเจอสารเคมีบ่อย ๆ จนทำให้รากผมไม่แข็งแรง อ่อนแอได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีใหม่ที่ปลุกพลังรากผมให้แข็งแรง ด้วยเมโสผม ฟื้นฟูการสร้างเส้นผมเส้นใหม่ให้กลับมาแข็งแรง แบบไม่เจ็บตัว และไม่ต้องพักฟื้น